Brewing กับ Elderflowers: โรงเบียร์เจ้าไหน ใช้ Elderflowers กันบ้าง

brewing with elderflower

ดอก Elderflowers  จะหอมกลิ่นดอกไม้อ่อน ๆ มีความผลไม้อยู่เล็กน้อย เบอร์รี่หน่อย ๆ ครีมมี่นิด ๆ ไม่ได้หอมหวาน ๆ เหมือนดอกไม้ทั่วไป หากใครเคยได้ดม จะรู้ว่ากลิ่นมันพิเศษและไม่เหมือนใครเลย มันอาจเป็นส่วนผสมที่อาจจะยังไม่เป็นที่นิยมในไทยมากนัก ที่จะเอามาใส่ในเบียร์กัน แต่บทความนี้ จะแชร์เบียร์แต่ละตัวที่ โรงเบียร์เอาเจ้าตัว Elderflower ใส่ลงไป มาให้ลองอ่านดูกันเล่น ๆ นะคะ ว่าโรงเบียร์เจ้าไหน ใช้ Elderflowers กันบ้าง

สำหรับใครที่ยังไม่คุ้นเคยว่า ดอก Elderflowers คืออะไร มันจะมีลักษณะเป็นดอกสีขาวเล็ก ๆ หากไม่เก็บดอกมันมา ดอกนี้ก็จะกลายเป็นผล Elderberry ผลสีเข้ม ๆ นั่นเอง

ดอก Elderflowers ส่วนใหญ่จะเป็นที่รู้จักในแถบยุโรป ส่วนใหญ่แล้วหากจะเก็บเกี่ยวดอก จะเก็บเกี่ยวในช่วงฤดูใบไม้ผลิ (Spring) ซึ่งเป็นเดือนที่ดอกไม้เริ่มออกดอกหลังจาก ผ่านหน้าหนาวมา 

เราอาจจะได้ยินส่วนผสมนี้ให้เครื่องดื่มอื่น ๆ เช่น ชา โซดา ไซเดอร์ ค็อกเทล ไซรัป และอื่นๆ (บางทีก็มีพบในแยม ไวน์ และอีกหลายสิ่ง)

แต่ตัวที่สร้างชื่อให้ ดอก Elderflowers ให้เป็นที่รู้จัก มาจากเครื่องดื่ม Liquor (ลิเคียว) ของฝรั่งเศส ที่ชื่อว่า St-Germain ด้วย Concept ที่ว่า Liquor ทุก ๆ ขวด ใช้ ดอก Elderflower มากกว่า 1,000 ดอก โดยการเก็บด้วยมือ

Poto Credit: http://www.cocktailsandbars.com/st-germain-cocktail-recipe/

รู้หรือไม่ ว่า Elderflower เป็นส่วนผสมในเบียร์หลาย ๆ ยี่ห้อ เลยนะคะ ลองมาดูกันว่า โรงเบียร์เจ้าไหน ใช้ Elderflowers กันบ้าง

Brewing กับ Elderflowers – USA

สำหรับฝั่งอเมริกา เบียร์ที่ใช้ ดอก Elderflower หรือ เป็นส่วนผสมในเครื่องดื่มอื่น ๆ อาจพบได้ไม่มากนัก แต่ก็มีบางโรง เช่น

โรงเบียร์ Monkish ที่ Torrance, California ได้ใส่ดอกชนิดนี้ ลงในเบียร์สไตล์เบลเยี่ยมด้วย 

Photo Credit: https://untappd.com/b/decadent-ales-elderflower-mochi/3240708

โรงเบียร์ Mamaroneck ใน New York ก็ได้ใส่ดอก Elderflower นี้ พร้อม ๆ กับ วานิลลาและมาร์ชเมลโล่ เพื่อเลียนแบบขนมโมจิของญี่ปุ่น และทำเบียร์ออกมาเป็น Milkshake IPA ที่ชื่อว่า Elderflower Mochi อีกด้วย  

Photo Credit: https://untappd.com/b/decadent-ales-elderflower-mochi/3240708

สำหรับ Cider (ไซเดอร์) ทางโซนอเมริกาก็มีเหมือนกัน เช่น Boston Beer Company ได้ทำตัว Angry Orchard ที่มีชื่อ สำหรับส่วนผสมพิเศษ Elderflowers นี้

Photo Credit: https://untappd.com/b/decadent-ales-elderflower-mochi/3240708

Brewing กับ Elderflowers – Europe

Schneeeule Otto ของเบอร์ลินซึ่งเป็น Berliner Weisse ที่หมักแบบ  mixed-fermentation กับทำการ Dry โดยใช้ ดอก Elderflower ในช่วง secondary  ผู้ผลิตเบียร์ชื่อ Ulrike Genz ได้กล่าวว่า wild yeast ที่อยู่บนดอกไม้นั้น มันได้ถูกเก็บจากดอกพวกนี้ มาจากบริเวณแถบใกล้ชายฝั่งทะเลสาบ Tegel ด้านหลังโรงเบียร์ ซึ่งมันก็เกี่ยวพันกับการหมัก และยังส่งผลต่อรสชาติสุดท้ายของเบียร์ด้วย

โดย Schneeeule Otto มีค่า gravity เริ่มต้นที่ 1.032 และจบการหมักที่  ABV ที่ 3% โดยมีกลิ่นหอมของดอกไม้ ที่ผสมผสานกับ Brettanomyces กลิ่นซิตรัส และ funky  ซึ่งรสชาติดังกล่าวได้ค่อยๆ พัฒนาไปตามเวลาที่บ่มเก็บไว้ในห้องใต้ดิน

Photo Credit: https://www.beer-ambassadors.de/produkt/schneeeule-otto/

ดอก Elderflower ก็นิยมนำไปใช้ในเบียร์ Belgian lambic เช่นกัน โรง Proefbrouwerij ใกล้เมือง Ghent ได้ ผลิตเบียร์ Lambic ที่ชื่อ SpontanElderflower สำหรับแบรนด์ Mikkeller อีกด้วย 

Photo Credit: https://beerstreetjournal.com/mikkeller-spontaneous-series-spontanelderflower/

แต่ Belgian lambic ที่โด่งดังและเป็นที่รู้จัก คือ โรง Brasserie Cantillon ในกรุงบรัสเซลส์ ได้แช่ดอก Elderflower ไว้ใน lambic และบรรจุขวดเป็น Mamouche

Photo Credit: https://www.mybeercollectibles.com/listing/1-bottle-75cl-of-cantillon-mamouche-2021/1357551

โรงสุดท้ายที่จะพูดถึง เป็นโรงเบียร์ที่อินกับ ดอก Elderflower ม๊าก มาก คือ โรงเบียร์ Den Toetëlèr ที่เบียร์ทุกตัว ถูกอุทิศให้กับดอก Elderflower ทั้งหมด โดยมีการใส่ Elderflower ไปในเบียร์ทุกตัว ตั้งแต่ Wit สีอ่อน และไม่ได้ดื่มยากมาก ABV 5.2%  ไปจนถึง เบียร์เกือบเป็นสีน้ำตาลอย่าง Amber Tripel ที่ ABV 8.5% 

Photo Credit: https://www.toeteler.be/

เป็นยังไงกันบ้างคะ ถ้าอ่านมาจนจบบทความนี้ มีใครอยากลองทำเบียร์ที่มีส่วนผสมของเจ้า Elderflower กันบ้าง ถ้าได้ลองทำกันแล้ว มาแชร์ประสบการณ์กันด้วยนะคะ

Happy Brewing! 🙂

Credit ข้อมูล:
https://brewver.com/beer-ticks/687483
Untapped 
Beerandbrewing